ช่วงนี้ไข้เลือดออกระบาดกันหนัก แพทย์คงต้องคุยกับผู้ป่วยให้มากขึ้นถึงเรื่องการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อจะช่วยวินิจฉัยโรคนี้ เพราะถ้าไม่คิดถึงโรคนี้เข้าไว้บ้าง บางทีเกล็ดเลือดต่ำลงมากๆ หาเกล็ดเลือดมาเติมไม่ทัน ผู้ป่วยก็อาจจะแย่ไปเลยก็ได้ เพราะว่าตัวเชื้อไวรัสตัวนี้จะทำลายเกล็ดเลือดได้รวดเร็วมากๆ เริ่มต้นอาการของโรคนี้คือ จะมีไข้ ช่วงนี้ตัวเชื้อไวรัสนี้จะมีสูง ดังนั้นการเจาะเลือดดูตัวเชื้อที่เราเรียกว่า Hemorrhagic antigen จะตรวจเจอได้สูง แต่พอผ่านไป 3 วัน แล้วตัวเชื้อก็จะลดลงเหลือแต่ตัวภูมิต้านทานของเชื้อ ก็จะเริ่มขึ้นมาแทนที่ ตอนนี้เราตรวจเรียกว่าตรวจดู Antibody ซึ่งมักจะเจอได้ 5-7 วันหลังจากมีไข้ และผลของเกล็ดเลือดก็จะต่ำลงเรื่อยๆ จากวันที่ 1 วันที่ 2 จนกระทั่งถึงวันที่ 5-7 ก็จะกลับขึ้นมาใหม่
ดังนั้นอันตรายที่สุดของไข้เลือดออกคือประมาณวันที่ 4-5 หลังจากมีไข้ พวกนี้จะมีเกล็ดเลือดต่ำ จนกระทั่งถึงมีเลือดออกมา ซึ่งมักจะออกในลำไส้ ทำให้มีอาการปวดท้อง มีเลือดออกตามเหงือก หรือเลือดกำเดาไหล และถ้ามีจุดเลือดออกในสมองก็อาจจะเกิดอาการทางสมองได้
“มีไข้สูง ต้องระวังไข้เลือดออกไว้ให้มาก เพราะเป็นอันตรายจริงๆ”
|