มะเร็งตับ
 


             ช่วงนี้ผมเห็นคนเป็นมะเร็งตับมากขึ้นเรื่อยๆ สอบถามจากแพทย์ผู้ให้การรักษาเขาก็บอกว่า มะเร็งตับเจอเพิ่มขึ้นมากจริงๆ สมัยก่อนเจอทางภาคอีสานมาก ซึ่งสาเหตุก็มาจากพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งเกิดจากการกินของดิบ อาหารพวกหอย ซึ่งมีพยาธิใบไม้สูง พอกินเข้าไปพยาธิเหล่านี้ก็จะไปอยู่ในตับ สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนสภาพของตับกลายเป็นเนื้อมะเร็ง แย่ไปเลย แต่ช่วงหลังๆ นี้พบว่าส่วนใหญ่จะเจอคนที่เป็นตับอักเสบ (ดีซ่าน) ซึ่งมักจะเป็นไวรัสลงตับ พวกไวรัส B และไวรัส C ซึ่งในภาคเหนือของประเทศไทยมีคนเป็นไวรัส C กันสูง จึงทำให้โอกาสจะมีมะเร็งตับได้สูงขึ้นด้วย

             เมื่อเป็นแบบนี้การตรวจดูไวรัส B และ C จึงกลายเป็นเรื่องที่ควรกระทำ เพราะเดี๋ยวนี้มียาที่ช่วยลดการขยายตัวของไวรัสพวกนี้ ก็มีทั้งยาและวัคซีนมาช่วยได้ การให้ยาไปควบคุมไวรัสเหล่านี้ทำให้ตับไม่ถูกทำลายมาก เลยไปทำให้การเป็นมะเร็งของตับก็ต้องลดลงอย่างแน่นอน


 

 

 
           ปัจจุบันโรคมะเร็งตับเป็นโรคที่พบมาก เป็นอันดับที่ 2 รองจากมะเร็งปอด ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากที่ตรวจพบ จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 40–60 ปี ส่วนใหญ่แล้วจะพบในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงดังต่อไปนี้คือ
1.  ผู้ป่วยตับอักเสบส่วนใหญ่ร้อยละ 75-80 ของผู้ป่วยมะเร็งตับเกิดในผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ
2.  ผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับสูงมากกว่าคนที่ไม่เป็นพาหะ  ถึง  100-400 เท่า กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบ บี มีความเสี่ยงสูงมากกว่าคนปกติ    ที่จะเป็น มะเร็งตับ
3.  ผู้ป่วยที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งตับ หรือโรคไวรัสตับอักเสบบี
4.  ผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส จากการใช้ยา ฯลฯ

              โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่ให้การวินิจฉัยระยะเริ่มแรกได้ช้าเนื่องจากไม่ค่อยมีอาการ เมื่อมีอาการโรคก็เป็นมากแล้ว และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน สำหรับกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการคัดกรอกอย่างต่อเนื่องทุก 6 เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี ดังนี้
- รับการตรวจหาระดับของสารอัลฟาฟิโตโปรตีน (Alpha-fetoprotein) ซึ่งเป็นสารที่มักพบในผู้ป่วยมะเร็งตับ 
- การตรวจวินิจฉัยด้วยการทำอัลตราซาวนด์ โดยการใช้คลื่นเสียงผ่านไปยังตับเพื่อตรวจว่ามีก้อนที่บริเวณตับ) ซึ่งมักจะทำควบคู่ไปกับการตรวจค่าอัลฟาฟิโตโปรตีน 
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการที่จะเป็นควรจะต้องตรวจร่างกายอย่างน้อยทุก 6 เดือน

              ถึงแม้ว่าในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจค้นหามะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะแรก ทำให้ขั้นตอนของการกระจายของมะเร็งหยุดไปได้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถมีชีวิตยืนยาวมากขึ้นกว่าในอดีต แต่เราก็ควรหมั่นสังเกตตัวเองเมื่อมีอาการผิดปกติ และหากเข้าข่าย “โรคมะเร็งตับ” ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน

 
 

อยากคุยกับผมเชิญที่ โทรศัพท์ 053-920300 หรือ
E-mail: chiangmairam@chiangmairam.com

 
 

นายแพทย์วรพันธ์  อุณจักร
 

 

             
             

 

    8 ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
    Copyright © 2009 : Chiangmairam Hospital

     Chiangmairam hospital Copyright.2009 All Reserved