นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)สำหรับผู้สมัครเข้าเป็นพนักงาน ผู้สมัครเพื่อฝึกงาน และผู้ฝึกงาน

โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม (ในที่นี้เรียกว่า “เรา”) เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครเข้าเป็นพนักงาน ผู้สมัครเพื่อฝึกงาน และผู้ฝึกงาน (รวมเรียกว่า “ท่าน”) และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) รวมตลอดถึงการลบ และทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ดังนี้

นิยาม

“โรงพยาบาล” หมายถึง โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม
“ผู้สมัครเข้าเป็นพนักงาน” หมายถึง ผู้สมัครที่ประสงค์จะเป็นพนักงานของโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม
“ผู้สมัครเพื่อฝึกงาน” หมายถึง ผู้สมัครที่ประสงค์จะเข้าฝึกปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม
“ผู้ฝึกงาน” หมายถึง ผู้ที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของนิติบุคคล และผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ แต่มีความละเอียดอ่อน และอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมได้ เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ
ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในที่นี้หมายถึง โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม

วิธีการได้รับข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจาก

1.ผู้สมัครหรือผู้ฝึกงานโดยตรง ตามข้อมูลในใบสมัคร ประวัติย่อ (Resume) การสนทนา หรือการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าว อาจรวมถึงข้อมูลทั่วไป ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลคุณสมบัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์การฝึกอบรม หรือทักษะอื่นๆ
2.บุคคลอ้างอิงที่ผู้สมัคร หรือผู้ฝึกงานระบุไว้ให้สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่านได้
3.ข้อมูลที่ได้จากตรวจสุขภาพผู้สมัคร ซึ่งได้แสดงเจตนายินยอมโดยชัดแจ้ง ให้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยแล้ว
4.ข้อมูลด้านทักษะและพฤติกรรม ที่ได้จากการสังเกตและวิเคราะห์ของเราในระหว่างที่ท่านฝึกงานอยู่

วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลจะเก็บรวบรวม ใช้ และอาจรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1.เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านในการสมัครงานกับเรา เช่น การดำเนินการตามกระบวนการสรรหา การตรวจสอบคุณสมบัติ คัดเลือกก่อนการทำสัญญาจ้างเป็นพนักงาน รวมถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงการเข้าฝึกงาน การจ่ายค่าตอบแทนการฝึกงาน การได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการฝึกงาน
2. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือของบุคคลอื่น เช่น วิเคราะห์และจัดทำฐานข้อมูล การบริหารจัดการและปรับปรุงกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน การประเมินผลการฝึกงาน การส่งข่าวสารที่เกี่ยวกับตำแหน่งงาน การจัดทำสัญญาฝึกงานหรือสัญญาจ้างงานในกรณีที่ท่านผ่านการคัดเลือก การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
3. เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เช่น การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
4. เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย กฎระเบียบ และคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย
5. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของเรา หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่เรา
6. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้ เช่น การยินยอมให้ส่งข้อมูลการสมัครเข้าทำงานหรือการสมัครเข้าฝึกงานของท่านแก่โรงพยาบาลในเครือ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

1. ข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในใบสมัคร ดังนี้

  • ข้อมูลตามเอกสารที่ท่านส่งมอบให้แก่เรา เช่น Resume Curriculum Vitae (CV) จดหมายสมัครงานใบสมัครงาน ความเห็นประกอบการสรรหาพนักงาน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับตัวของท่าน เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด น้ำหนัก ส่วนสูง เลขที่บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หมู่เลือด สัญชาติ ศาสนา สถานะการสมรส
  • ข้อมูลในการติดต่อกับท่าน เช่น ที่อยู่ ที่อยู่ของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail address) หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลโซเชียลมีเดีย
  • ข้อมูลของคู่สมรส บุตร บิดา มารดา เช่น ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมู่โลหิต การศึกษา ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์
  • ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกครอบครัวหรือผู้อยู่ในความดูแลของท่าน
  • รูปถ่าย
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา ความสามารถ และการพัฒนาศักยภาพ และคุณสมบัติอื่น ๆ ของท่าน เช่น ระดับการศึกษา วุฒิการศึกษา สถาบัน/มหาวิทยาลัย ประวัติการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม ผลการศึกษา ผลการทดสอบ สิทธิในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณสมบัติด้านวิชาชีพ ความสามารถทางด้านภาษา และความสามารถอื่น ๆ ข้อมูลจากการอ้างอิงที่ท่านได้ให้แก่เรา
  • ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานในอดีต เช่น ตำแหน่งงาน รายละเอียดของนายจ้าง เงินเดือนและค่าตอบแทน สวัสดิการที่ได้รับ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับภาระทางทหาร
  • ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะ สำหรับบางตำแหน่งงาน
  • รายละเอียดของบุคคลที่อ้างถึง และรายละเอียดของผู้ที่เราสามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

2. ข้อมูลจากการทดสอบข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของท่าน เช่น นิสัย พฤติกรรม ทัศนะคติ ความถนัด ทักษะ ภาวะความเป็นผู้นำ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งอาจได้มาจากการสังเกตและวิเคราะห์ของเราในระหว่างที่ท่านเข้าร่วมฝึกงานกับเรา

3. ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการรายงานหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น กระทรวงแรงงาน

4. เอกสารที่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่าน เช่น สำเนาเอกสารที่หน่วยงานขอรัฐออกให้ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถ หนังสือเดินทาง และสำเนาเอกสารที่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนออกให้ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร ใบแสดงผลการเรียน

5. ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการสรรหาและคัดเลือกพนักงานหรือนักศึกษาฝึกงาน การปฏิบัติตามสัญญาการฝึกงาน การดูแลสิทธิประโยชน์สวัสดิการ การวิเคราะห์และการบริหารงานของเราและการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ

6. สำหรับผู้ฝึกงาน มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เช่น
   1)ข้อมูลเกี่ยวกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่
   2)บัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกงาน
   3)ลักษณะของผู้ฝึกงานและข้อมูลจากการฝึกงาน เช่น นิสัย พฤติกรรม ทัศนคติ ความถนัด ทักษะ ภาวะความเป็นผู้นำ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความฉลาดทางอารมณ์ ความมีวินัย หรือลักษณะอื่น ๆ รวมถึง การบันทึกเวลาเข้าออกงาน และระยะเวลาในการปฏิบัติงาน เพื่อประเมินผลการฝึกงาน
   4)ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รายละเอียดของผู้แนะนำ

7.กรณีที่ท่านได้รับคัดเลือกให้เป็นพนักงาน เราจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มตามที่กำหนดไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน

ข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษ

เราอาจต้องเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

1. ข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง โรคประจำตัว ตาบอดสี ผลการตรวจร่างกาย ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลการแพ้ยา หมู่โลหิต ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล เพื่อการคุ้มครองแรงงาน การประเมินความสามารถในการทำงาน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. ข้อมูลชีวภาพ (biometric data) เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า เพื่อใช้ในการระบุและยืนยันตัวตนของท่าน การป้องกันอาชญากรรม และการรักษาประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือของบุคคลอื่น
3. ความเชื่อในลัทธิศาสนา ปรัชญา เชื้อชาติ สัญชาติ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เพื่อประกอบการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และสวัสดิการที่เหมาะสมกับพนักงาน รวมถึงเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านการดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน
4. ข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลในกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้ เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของท่าน เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม และสวัสดิการของพนักงาน

ในกรณีที่จำเป็น เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่านโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ เราจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน

การให้ความยินยอมของผู้สมัครและผู้ฝึกงาน

โรงพยาบาลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และมีการขอความยินยอมจากท่านเป็นข้อความที่เข้าใจได้ง่าย อ่านง่าย และไม่เข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย ทั้งนี้ การถอนความยินยอมไม่กระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ

โรงพยาบาลจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ยกเว้นกรณีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ท่านได้รับแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ และได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งก่อนหรือในขณะนั้น เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวนั้น จะเข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายยื่นที่ให้อำนาจโรงพยาบาลกระทำได้โดยชอบ

ในกรณีที่จำเป็น เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่านโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ เราจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน

การใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปให้บุคคลใดโดยปราศจากความยินยอม และจะเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งไว้เท่านั้นยกเว้นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่กฎหมายให้อำนาจกระทำได้โดยชอบ

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลกำหนดมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน โรงพยาบาลสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้และตระหนักถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโรงพยาบาลมีการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานตามความจำเป็น โดยพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ทุกระดับต้องปฏิบัติตามแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่โรงพยาบาลกำหนดไว้ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครและผู้ฝึกงานจะถูกเก็บรักษาและประมวลผลเป็นเวลา 1 ปีนับตั้งแต่โรงพยาบาลได้รับใบสมัครหรือเมื่อการฝึกงานสิ้นสุดลง ในกรณีที่ผู้ฝึกงานถูกดำเนินคดีเนื่องจากทุจริตขณะกำลังฝึกงานอยู่โรงพยาบาลอาจจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไปจนสิ้นสุดอายุความของคดีนั้น

โรงพยาบาลจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเสียเมื่อใดก็ได้
2. สิทธิในการขอเข้าถึง และเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่พนักงานไม่ได้ให้ความยินยอม
3. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับพนักงานเสียเมื่อใดก็ได้
4. สิทธิขอให้โรงพยาบาลลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
5. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
6. สิทธิร้องขอแก้ไขข้อมูลนั้น ให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
8. สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีมีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ ท่านสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบฟอร์มที่กำหนดให้ ผ่าน “ช่องทางการติดต่อของโรงพยาบาล” ด้านล่าง โดยโรงพยาบาลจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาคำร้องฯ ของท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องฯ ดังกล่าว ซึ่งโรงพยาบาลอาจปฏิเสธสิทธิของท่านได้ หากมีกฎหมายให้อำนาจกระทำได้โดยชอบ

ช่องทางการติดต่อของโรงพยาบาล

หัวหน้าแผนกธุรการและบุคคล
โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม
เลขที่ 8 ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ตำบลศรีภูมิ
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ 053-920300 ต่อ 7403
อีเมล dpo@chiangmairam.co.th
เว็บไซต์ www.chiangmairam.com

การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

โรงพยาบาลอาจปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครเข้าเป็นพนักงานผู้สมัครเพื่อฝึกงาน และผู้ฝึกงานตามแต่ละระยะเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินงานของโรงพยาบาล ทั้งนี้โรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวผ่านทาง URL นี้โดยนโยบายที่ปรับปรุงแล้วนั้นถือว่ามีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อประกาศ

นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครเข้าเป็นพนักงานผู้สมัครเพื่อฝึกงาน และผู้ฝึกงานฉบับนี้ ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2565