เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
อาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล หรือรู้สึกเหมือนมีฝุ่นอยู่ในตาตลอดเวลา อาจดูเหมือนเป็นอาการเล็กน้อยที่หลายคนเลือกทนไว้ก่อน หรือเผลอขยี้ตาเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้นชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภูมิแพ้ขึ้นตา ซึ่งเป็นภาวะที่เยื่อบุตาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้
ภูมิแพ้ขึ้นตาไม่ใช่เพียงอาการคันตาทั่วไป เพราะหากปล่อยให้อาการเป็นซ้ำบ่อย ขยี้ตาแรง ๆ หรือใช้ยาหยอดตาเองโดยไม่เหมาะสม อาจทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือในบางรายอาจกระทบต่อกระจกตาและการมองเห็นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเรื้อรัง ใส่คอนแทคเลนส์ หรือมีโรคภูมิแพ้อื่นร่วมด้วย เช่น ภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือผื่นแพ้ผิวหนัง
บทความนี้จะพาให้เข้าใจว่าโรคภูมิแพ้ขึ้นตาคืออะไร มีอาการแบบไหนที่ควรสังเกต แตกต่างจากตาแดงติดเชื้ออย่างไร ภูมิแพ้ขึ้นตาควรทำไงเมื่อเริ่มมีอาการ วิธีรักษามีอะไรบ้าง และจะป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านดูแลตัวเองได้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างเหมาะสม
ภูมิแพ้ขึ้นตา หรือ Allergic conjunctivitis คือภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบจากการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เชื้อรา ควัน มลพิษ หรือสารเคมีบางชนิด เมื่อดวงตาสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจหลั่งสารฮีสตามีนออกมา ทำให้เกิดอาการคันตา ตาแดง เปลือกตาบวม น้ำตาไหล และระคายเคืองตา
ลักษณะสำคัญของภูมิแพ้ขึ้นตาคือมักมีอาการคันเด่นชัด และอาจเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง โดยบางคนมีอาการเฉพาะช่วงฤดูกาลที่มีเกสรดอกไม้หรือฝุ่นมาก ขณะที่บางคนเป็นได้ตลอดทั้งปีจากการสัมผัสฝุ่นในบ้าน ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือเชื้อราในสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ
ในบางราย ภูมิแพ้ขึ้นตาอาจเกิดร่วมกับอาการทางจมูก เช่น จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือคันจมูก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มอาการภูมิแพ้ที่กระทบทั้งตาและทางเดินหายใจส่วนบน หากอาการไม่มาก อาจดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและลดการระคายเคือง แต่หากมีอาการรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย หรือมองเห็นไม่ชัด ควรได้รับการประเมินโดยจักษุแพทย์
อาการของภูมิแพ้ขึ้นตาอาจแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงและชนิดของสารก่อแพ้ บางคนมีอาการเพียงคันตาเล็กน้อยหลังเจอฝุ่นหรือขนสัตว์ แต่บางคนอาจมีตาแดงมาก เปลือกตาบวม น้ำตาไหล และรู้สึกแสบเคืองจนรบกวนการทำงาน อ่านหนังสือ หรือใช้คอมพิวเตอร์
สิ่งที่ทำให้หลายคนมองข้ามคืออาการภูมิแพ้ขึ้นตามักเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม เช่น ห้องนอนที่มีฝุ่นสะสม ใช้เครื่องสำอางเดิม ใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่อง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีควันและมลพิษสูง การเข้าใจลักษณะอาการจะช่วยแยกโรคได้ดีขึ้น และลดโอกาสใช้ยาผิดประเภท
อาการที่พบบ่อยของภูมิแพ้ขึ้นตาคือคันตา ซึ่งมักเป็นอาการเด่นที่สุด ผู้ป่วยจำนวนมากจะรู้สึกอยากขยี้ตาตลอดเวลา แต่การขยี้ตาอาจทำให้เยื่อบุตาระคายเคืองมากขึ้น เปลือกตาบวมมากขึ้น และเพิ่มโอกาสที่เชื้อโรคจากมือจะเข้าสู่ดวงตา
นอกจากอาการคันตาแล้ว อาจพบอาการตาแดง น้ำตาไหล แสบตา เคืองตา หนังตาบวม รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา มีขี้ตาใสหรือขาวเหนียวเล็กน้อย และอาจมีรอยคล้ำบริเวณใต้ตาจากภูมิแพ้เรื้อรัง ในบางคนอาจมีอาการภูมิแพ้จมูกร่วมด้วย เช่น จามบ่อย น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือคันจมูก โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ใกล้ฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรืออากาศเปลี่ยน
หากอาการเกิดหลังสัมผัสสิ่งกระตุ้นชัดเจน เช่น เล่นกับสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดบ้าน อยู่ในพื้นที่ฝุ่นเยอะ หรือใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา อาจช่วยให้สงสัยภูมิแพ้ขึ้นตาได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาการตาแดงและระคายเคืองอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตัวเองหากอาการรุนแรงหรือเป็นต่อเนื่อง
แม้ภูมิแพ้ขึ้นตาส่วนใหญ่จะไม่ใช่ภาวะอันตรายรุนแรงในทันที แต่อาการบางอย่างไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจบ่งบอกถึงการอักเสบที่รุนแรงขึ้น การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของกระจกตา หากมีอาการปวดตามาก ตามัว มองเห็นลดลง แพ้แสงมาก ตาแดงมากผิดปกติ หรือรู้สึกเจ็บลึกในดวงตา ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาการตาแดง แสบตา หรือปวดตาขณะใส่เลนส์อาจเกี่ยวข้องกับการระคายเคือง การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนที่กระจกตาได้ หากมีอาการผิดปกติควรหยุดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว และไม่ควรใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์เองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
นอกจากนี้ หากมีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวจำนวนมาก เปลือกตาติดกันตอนตื่นนอน มีไข้ หรืออาการตาแดงเริ่มจากข้างเดียวแล้วลามไปอีกข้าง ควรได้รับการตรวจเพื่อแยกจากตาแดงติดเชื้อ เพราะแนวทางการดูแลและการใช้ยาจะแตกต่างจากภูมิแพ้ขึ้นตา
ภูมิแพ้ขึ้นตาเกิดจากดวงตาสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งระคายเคือง แล้วร่างกายตอบสนองมากกว่าปกติ สารก่อแพ้ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ รังแคสัตว์ เชื้อรา ควันบุหรี่ ควันไฟ มลพิษทางอากาศ และฝุ่น PM2.5 ซึ่งอาจทำให้เยื่อบุตาอักเสบและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น
ปัจจัยในชีวิตประจำวันก็มีส่วนกระตุ้นอาการได้ เช่น การใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ครีมบำรุงผิว น้ำหอม สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารระคายเคือง หากสารเหล่านี้สัมผัสดวงตาหรือผิวรอบดวงตา อาจทำให้อาการคัน แสบ หรือบวมกำเริบได้
การขยี้ตาเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลง เพราะแรงเสียดสีทำให้เยื่อบุตาระคายเคืองมากขึ้น และอาจนำเชื้อโรคจากมือเข้าสู่ดวงตาได้ ส่วนผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ หากดูแลเลนส์ไม่สะอาด ใส่นานเกินไป หรือใส่ทั้งที่มีอาการเคืองตาอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อร่วมด้วย
นอกจากนี้ การนอนน้อย การอยู่ในห้องแอร์ที่อากาศแห้ง การใช้หน้าจอนาน และการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง อาจทำให้ตาแห้งและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น เมื่อดวงตาแห้ง อาการคัน แสบ และเคืองตาจากภูมิแพ้อาจชัดเจนกว่าเดิม
ภูมิแพ้ขึ้นตาและตาแดงติดเชื้ออาจมีอาการคล้ายกัน เช่น ตาแดง น้ำตาไหล ระคายเคืองตา หรือมีขี้ตา ทำให้หลายคนสับสนและใช้ยาหยอดตาเองผิดประเภท จุดที่ช่วยแยกได้เบื้องต้นคือภูมิแพ้ขึ้นตามักมีอาการคันเด่นมาก เป็นได้ทั้งสองข้าง และมักสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรืออากาศเปลี่ยน โดยทั่วไปภูมิแพ้ขึ้นตาไม่ใช่โรคติดต่อ
ส่วนตาแดงติดเชื้ออาจเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย และบางชนิดสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสน้ำตา ขี้ตา มือ ผ้าเช็ดหน้า หรือของใช้ร่วมกัน อาการอาจเริ่มจากตาข้างเดียวก่อน แล้วค่อยลามไปอีกข้าง มีขี้ตาเยอะ ขี้ตาเหนียวหรือมีสีเหลืองเขียว เปลือกตาติดกันหลังตื่นนอน หรือมีอาการเจ็บตาร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม การแยกโรคจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่แม่นยำเสมอไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการรุนแรง ใช้คอนแทคเลนส์ มีตามัว หรือมีอาการปวดตา ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าเป็นภูมิแพ้ขึ้นตาหรือตาแดงติดเชื้อ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ เพราะการใช้ยาผิดประเภทอาจทำให้อาการไม่ดีขึ้น หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้
เมื่อเริ่มมีอาการคันตา ตาแดง หรือระคายเคือง สิ่งแรกที่ควรทำคือหลีกเลี่ยงการขยี้ตา แม้การขยี้จะทำให้รู้สึกสบายขึ้นชั่วคราว แต่จะยิ่งกระตุ้นให้เยื่อบุตาอักเสบมากขึ้น และอาจทำให้เปลือกตาบวมมากกว่าเดิม หากมือไม่สะอาด ยังเพิ่มโอกาสนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาอีกด้วย
ควรล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนสัมผัสใบหน้า รอบดวงตา หรือก่อนหยอดตา จากนั้นอาจใช้การประคบเย็นบริเวณเปลือกตาที่ปิดสนิท เพื่อช่วยลดอาการคัน บวม และระคายเคือง ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น บิดหมาด แล้ววางเบา ๆ บนเปลือกตา ไม่ควรกดแรงหรือถูไปมา
น้ำตาเทียมเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยชะล้างสารก่อแพ้และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการตาแห้งร่วมด้วย ควรเลือกใช้น้ำตาเทียมให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาลดตาแดงต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ตาแห้งหรือระคายเคืองมากขึ้นเมื่อใช้ไม่ถูกวิธี
หากใส่คอนแทคเลนส์ ควรหยุดใช้ชั่วคราวจนกว่าอาการจะดีขึ้น และเปลี่ยนมาใช้แว่นตาแทนในช่วงที่มีอาการ เพราะเลนส์อาจกักเก็บสารก่อแพ้หรือทำให้ผิวดวงตาระคายเคืองมากขึ้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หรือมีอาการปวดตา ตามัว หรือแพ้แสง ควรพบจักษุแพทย์
วิธีรักษาภูมิแพ้ขึ้นตาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ สาเหตุที่กระตุ้น และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดร่วมกัน หลักสำคัญคือการลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ควบคุมอาการอักเสบ และป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองซ้ำ โดยไม่ควรใช้ยาหยอดตาเองโดยไม่ทราบชนิดของยา โดยเฉพาะยาที่มีสเตียรอยด์
การดูแลที่บ้านเหมาะกับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น คันตา เคืองตา น้ำตาไหล หรือเปลือกตาบวมเล็กน้อย ควรเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสารก่อแพ้ให้มากที่สุด เช่น ทำความสะอาดห้องนอน ลดฝุ่น ซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ควัน ฝุ่น หรือขนสัตว์หากรู้ว่าเป็นตัวกระตุ้น
การประคบเย็นสามารถช่วยบรรเทาอาการคันและบวมได้ ส่วนการใช้น้ำตาเทียมช่วยลดการระคายเคืองและชะล้างสารก่อแพ้ที่อาจตกค้างบนผิวดวงตา ควรทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางรอบดวงตาในช่วงที่มีอาการ เพราะอาจทำให้อาการอักเสบยืดเยื้อ
หากมีอาการภูมิแพ้จมูกร่วมด้วย เช่น จาม น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก การควบคุมภูมิแพ้โดยรวมอาจช่วยให้อาการทางตาดีขึ้นด้วย เพราะตาและจมูกมักตอบสนองต่อสารก่อแพ้ชนิดเดียวกัน
ยาหยอดตาสำหรับภูมิแพ้ขึ้นตามีหลายกลุ่ม เช่น ยาหยอดตาต้านฮีสตามีน ซึ่งช่วยลดอาการคันและตาแดงจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารก่อแพ้ และยาหยอดตากลุ่มที่ช่วยควบคุมการหลั่งสารก่ออาการแพ้ เช่น mast cell stabilizer ซึ่งอาจใช้ในรายที่เป็นซ้ำบ่อยหรือมีอาการตามฤดูกาล
บางกรณีแพทย์อาจพิจารณายาหยอดตาลดการอักเสบ หรือยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์ในระยะสั้นสำหรับอาการรุนแรง แต่ยากลุ่มนี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์เท่านั้น เพราะการใช้ต่อเนื่องหรือใช้ผิดวิธีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันตาสูง ต้อกระจก หรือการติดเชื้อที่ดวงตา
ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาหยอดตาหลายชนิดมาใช้เองพร้อมกัน เพราะบางอาการอาจไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ขึ้นตาเพียงอย่างเดียว หากใช้ยาผิด อาการอาจไม่ดีขึ้นและทำให้การวินิจฉัยล่าช้า
หากมีอาการมาก เป็นซ้ำบ่อย หรือสงสัยว่ามีภาวะแทรกซ้อน จักษุแพทย์จะตรวจประเมินเยื่อบุตา กระจกตา เปลือกตา และประวัติการสัมผัสสารก่อแพ้ เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม ในบางรายอาจต้องประเมินร่วมกับโรคภูมิแพ้อื่น เช่น ภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือผื่นแพ้ผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อยคือ ภูมิแพ้ขึ้นตา กินยาแก้แพ้ได้ไหม คำตอบคือยาต้านฮีสตามีนชนิดรับประทานอาจช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้หลายระบบร่วมกัน เช่น น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก หรือผื่นแพ้ผิวหนัง แต่สำหรับอาการทางตาโดยตรง ยาหยอดตาเฉพาะทางมักให้ผลตรงจุดกว่า ทั้งนี้ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และระวังผลข้างเคียง เช่น ง่วงนอน ตาแห้ง หรือปากแห้งในยาบางชนิด
การรักษาที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้อาการหายเร็ว แต่ต้องป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ลดการอักเสบเรื้อรัง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาที่กระจกตา โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการต่อเนื่องหรือมีพฤติกรรมขยี้ตาแรงเป็นประจำ
ภูมิแพ้ขึ้นตาจะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความรุนแรงของอาการ ระยะเวลาที่สัมผัสสารก่อแพ้ สภาพแวดล้อม การดูแลตัวเอง และการใช้ยาที่เหมาะสม หากอาการไม่รุนแรงและสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นได้ อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นหลังลดการสัมผัสสารก่อแพ้ ประคบเย็น ใช้น้ำตาเทียม และดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี
แต่หากยังต้องสัมผัสฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ควัน หรือมลพิษอย่างต่อเนื่อง อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือยืดเยื้อได้หลายวันถึงหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะภูมิแพ้ขึ้นตาตามฤดูกาลที่อาจกำเริบในช่วงเวลาที่มีสารก่อแพ้มาก หรือภูมิแพ้ขึ้นตาตลอดปีที่เกิดจากฝุ่นและไรฝุ่นในบ้าน
หากดูแลตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน มีอาการกำเริบบ่อยขึ้น หรือมีสัญญาณผิดปกติ เช่น ปวดตา ตามัว แพ้แสง ตาแดงมาก หรือมีขี้ตาผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินว่าเป็นภูมิแพ้ขึ้นตาจริงหรือมีภาวะอื่นร่วมด้วย
การป้องกันภูมิแพ้ขึ้นตาเริ่มจากการรู้ว่าสิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นอาการของตัวเอง หากอาการมักกำเริบหลังทำความสะอาดบ้าน นอนในห้องที่มีฝุ่น ใช้เครื่องสำอางบางชนิด หรืออยู่ใกล้สัตว์เลี้ยง ควรปรับสภาพแวดล้อมและลดการสัมผัสสิ่งกระตุ้นเหล่านั้นให้มากที่สุด
ควรทำความสะอาดห้องนอนอย่างสม่ำเสมอ ซักปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มเป็นประจำ ลดของสะสมฝุ่น เช่น ตุ๊กตา พรม หรือผ้าม่านหนา หากใช้เครื่องปรับอากาศควรทำความสะอาดแผ่นกรองตามระยะ และอาจใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องปิดเพื่อลดฝุ่นละออง
เมื่อต้องออกนอกบ้านในวันที่มีฝุ่น ควัน หรือลมแรง ควรใส่แว่นตาหรือแว่นกันแดดเพื่อลดการสัมผัสฝุ่นโดยตรง หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตาร่วมกับผู้อื่น หากใช้คอนแทคเลนส์ ควรทำความสะอาดให้ถูกวิธี ไม่ใส่นานเกินคำแนะนำ และพักการใช้ทันทีเมื่อมีอาการเคืองตา
สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ขึ้นตาซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนควบคุมอาการในระยะยาว การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความรำคาญ ลดโอกาสขยี้ตาจนเกิดการอักเสบ และช่วยให้ดวงตากลับมาใช้งานได้สบายขึ้น
ภูมิแพ้ขึ้นตาเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และมักเกิดจากการตอบสนองของดวงตาต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เชื้อรา ควัน และมลพิษ อาการที่พบได้บ่อยคือคันตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบเคืองตา และเปลือกตาบวม ซึ่งอาจเกิดร่วมกับอาการภูมิแพ้จมูกได้
การดูแลเบื้องต้นคือหลีกเลี่ยงการขยี้ตา ล้างมือให้สะอาด ประคบเย็น ใช้น้ำตาเทียม ลดการสัมผัสสารก่อแพ้ และหยุดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราวหากมีอาการระคายเคือง ส่วนการใช้ยาหยอดตาหรือยาแก้แพ้ควรเลือกให้เหมาะกับอาการ และควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์
หากมีอาการปวดตา ตามัว แพ้แสง ตาแดงมาก มีขี้ตาผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ เพื่อแยกสาเหตุจากตาแดงติดเชื้อหรือโรคตาอื่น ๆ และรับการรักษาอย่างถูกต้อง